ประวัติความเป็นมา

                จากแนวโน้มการขาดพลังงานฟอสซิล และภาวการณ์เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอันเป็นผลมาจากปัญหาภาวะเรือนกระจกที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น  กรุงเทพมหานครในมิติของเมืองมีสัดส่วนการใช้พลังงานใน  ปริมาณมากและมีแนวโน้มมากขึ้นตามสัดส่วนการเจริญเติบโตของเมือง ทั้งจากกิจกรรมต่างๆของผู้อยู่อาศัย  ในเมืองการติดต่อสื่อสาร การเดินทาง ที่ขับเคลื่อนให้กิจกรรมของเมืองดำเนินไปอย่างไม่ติดขัด ในขณะเดียวกันได้ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมอันเนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรเพราะความเจริญก้าวหน้าของเมืองดังกล่าว  ส่งผลให้สิ่งแวดล้อมเมืองเปลี่ยนแปลงไป ก่อให้เกิดปัญหามลพิษต่าง ๆ เช่น มลพิษทางอากาศ น้ำเสีย ขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล  ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะปัญหาพื้นที่สีเขียวถูกทำลายเนื่องจากการขยายตัวของเมือง  
                ในการปรับตัวของเมืองเพื่อให้มีเสถียรภาพและความยั่งยืนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม  จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนที่อยู่อาศัยในเมือง วัสดุ อุปกรณ์รูปแบบใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนอาคาร พื้นที่สาธารณะ ที่พักอาศัย รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการจัดการกับของเสียอย่างมีประสิทธิภาพเน้นการนำกลับไปเป็นวัตถุดิบทดแทนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ  ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ซึ่งกรุงเทพมหานครต้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยสื่อสารกับประชาชนผ่านสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่องและเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายจนถึงระดับครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีความรู้ความเข้าใจถึงวิธีการปรับตัวให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การผลิตโดยการใช้วัตถุการผลิตที่สามารถนำกลับมาแปรรูปใช้ใหม่ให้มากที่สุด  ผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ผลิตสินค้าใหม่ที่ผสมผสานการนำวัสดุกลับมาแปรรูปใช้ใหม่ได้ พัฒนาระบบการนำขยะกลับมาแปรรูปใช้ใหม่ลดปริมาณของเสียที่จะทิ้งให้เหลือน้อยที่สุด  บริโภคให้พอดีและบริโภคสินค้าที่สามารถนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ซ้ำได้    การใช้สินค้าที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ สินค้าฉลากเขียว  ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ทั้งทรัพยากรน้ำ พลังงาน  แร่ ป่าไม้ ในการผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการในการดำรงชีวิตประจำวัน  ซึ่งหากทุกภาคส่วนในสังคมให้ความร่วมมือในการปรับตัวจะนำไปสู่ความยั่งยืนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมเมือง และมุ่งสู่ความเป็น “เมืองสีเขียว หรือ Green City”
                ซึ่งแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2552-2563 และนโยบายผู้บริหารกรุงเทพมหานครที่มุ่งพัฒนาให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคทั้งด้านการขนส่งและสื่อสาร ด้านการศึกษา วัฒนธรรม และสุขภาพ ด้านการเศรษฐกิจวิทยาการ ธุรกิจการเงินและสุขภาพเจริญก้าวหน้าทัดเทียมเมืองชั้นนำ มีสิ่งแวดล้อมดี เป็นมหานครน่าอยู่อย่างยั่งยืน เป็นมหานครสีเขียว มีวิถีชีวิตและสังคม ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สังคมแห่งการเรียนรู้ และอยู่ดีมีสุข โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร) มีนโยบายให้สิ่งแวดล้อมดี โดยจัดระเบียบกรุงเทพฯให้เป็นมหานครที่สะอาด ปราศจากขยะ มลพิษ และสิ่งก่อกวนด้วยนโยบายสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่อาศัยยิ่งขึ้น โดยจัดให้มีถังขยะพอเพียงในทุกพื้นที่  จัดธนาคาร Recycle แปลงขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า ลดมลพิษด้วยระบบการเดินทางขนส่งมวลชนที่เชื่อมโยงทั่วถึงทุกพื้นที่ทั้งโครงข่ายรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน  ระบบระบายน้ำที่ให้ใช้การได้ทั่วถึง  ฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยา  ส่งเสริมพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ระยะ 10 ปี ข้างหน้า ต้องการเห็นประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพและมั่นคงควบคู่กับการพัฒนาสังคมที่มีคุณภาพ หรือที่เรียกว่าสังคมเขียว (Green Society)
                สังคมเขียว (Green Society) เป็นสังคมที่ประกอบไปด้วยชุมชน สถานศึกษา สถานประกอบการ หน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจ ศาสนสถาน ผู้ผลิต ผู้จำหน่ายสินค้า และผู้บริโภค ทุกภาคส่วนในสังคม มีความรู้ความเข้าใจให้การปรับตัวในการผลิต บริโภค และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการปล่อยของเสีย สู่สิ่งแวดล้อม โดยใช้หลักการ 3R ประกอบด้วย Reduce ลดการใช้สิ่งของที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน ลดการใช้น้ำและทรัพยากรอื่นๆ Reuse การใช้สิ่งของ วัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ จนคุ้มค่าก่อนที่จะทิ้งเป็นขยะ และ Recycle การนำกลับมาใช้ใหม่โดยคัดแยกสิ่งของที่สามารถนำกลับไปเข้ากระบวนการผลิตเป็นสินค้ามาใช้ใหม่ไม่ทิ้งเป็นขยะ รวมถึงการเลือกใช้สินค้าที่มีใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและนำไป                รีไซเคิลได้อีก  ซึ่งการดำเนินการจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคมให้เกิดความตระหนักรับรู้ปัญหาและมีจิตอาสาร่วมกันผลักดันคนในกรุงเทพฯมีวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการสื่อสารกับประชาชนทุกภาคส่วนและพัฒนาให้เกิดความเชื่อมโยงภาคส่วนต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อให้การขับเคลื่อนเมืองให้เป็นสังคมเขียว (Green Society)  จึงได้กำหนดให้มีการดำเนินการศึกษาและพัฒนากระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองสีเขียว (Bangkok Green City) ขึ้นโดยศึกษาวิเคราะห์ นโยบายและแผน  แนวคิดทฤษฎี ผลการประเมินในระดับสากล การรณรงค์ร่วมสมัยโดยใช้ทฤษฎี KAP การสร้างวัฒนธรรม กรณีศึกษาเกี่ยวกับ Green City  หลักปฏิบัติการเพื่อนำเมืองเข้าสู่ความเป็น Green City และนำไปจัดทำออกแบบแผนการดำเนินการรณรงค์สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน โดยศึกษาระดับความต้องการของประชาชนเกี่ยวกับ Green City  ศึกษาถึงกลุ่มองค์กร บุคคล ที่มีกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  สร้างฐานข้อมูล  รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนรับรู้และปรับตัวให้มีวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม     จัดกิจกรรมพัฒนาและสร้างกลุ่มในแต่ละด้านและพัฒนาเป็นเครือข่ายสังคมที่มีวิถีชีวิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่มีระบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และติดต่อสื่อสารกันผ่านระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของศูนย์ประสานงานเครือข่ายสังคมที่มีวิถีชีวิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งกรุงเทพมหานครจัดทำขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครสีเขียวอย่างยั่งยืนต่อไป     

           
 
MACROMEDIA
FLASH PLAYER
WINDOWS
POCKET PC
JAVA VIRTUAL
MACHINE
ADOBE ACROBAT
READER
WINDOWS
POCKET PC


สำนักสิ่งแวดล้อม ศาลาว่าการ กทม.2 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2247 1671
Copyright © 2013 สำนักสิ่งแวดล้อม. All rights reserved