บทความ

ABALONE Tower อาคารผลิตพลังงานแบบพึ่งพาตัวเอง...จากฝรั่งเศส

ABALONE Tower อาคารผลิตพลังงานแบบพึ่งพาตัวเอง...จากฝรั่งเศส

30-05-2555-2010-10-09.png
          คาร์บอนเครดิต คาร์บอนไดออกไซต์ (Co2) อาคารเขียว หรือ Green Building Zero Energy หลายคนคงเคยได้ยินประโยคเหล่านี้กันบ่อยครั้งเนื่องจากเป็นเรื่องราวที่กำลังฮิตไปทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการณ์โรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ได้พัฒนาหาแนวทางในการลดใช้พลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ เพื่ อลดภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน และอนาคต

          ล่าสุดได้มีโอกาสไปงานบรรยายพิเศษเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านพลังงานและอาคารสีเขียวที่จัดร่วมกันระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยและฝ่ายการพาณิชย์ – UBIFRANCE ซึ่งมีการบรรยายถึงอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศสจึงได้นำมาเล่าสู่กันฟังอาคารเขียวดังกล่าวเป็นสำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัท อบาลอน ซึ่งรวมหรือ คลัสเตอร์ เพื่อด้านการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืน อาทิ บริษัทด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่ อให้เป็นศูนย์รวมของเทคโนโลยีและการแลกเปลี่ยนความรู้

 

          การออกแบบได้วางฟังก์ชั่นการใช้งานและความอัจฉริยะให้กับอาคาร ด้วยแนวคิดทางสถาปัตยกรรมที่ผนวกนวัตกรรมเข้าด้วยกันอย่างทันสมัย และยังเน้นการใช้ประโยชน์จากหลักการก่อสร้างอาคารในแบบเรขาคณิต ผนวกกับการออกแบบให้สอดรับกับการโคจรของโลกและฤดูกาล ด้วยลักษณะอาคารที่มีลักษณะปิดล้อมขนาดกะทัดรัดก่อให้เกิดแรงเฉื่อยของอุณหภูมิความร้อนที่ช่วยให้การจัดการระบบพลังงานหมุนเวียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถผลิตพลังงานได้ในปริมาณมาก

 

30-05-2555-2010-10-44.png

          พร้อมกันนี้การออกแบบผนังอาคารด้านทิศใต้ของอาคารอบาลอนและด้านทิศเหนือ ได้รับการออกแบบเป็นผนังกระจกสองชั้น โดยเว้นช่องว่างระหว่างผนังทั้งคู่ทำเป็นส่วนทางเดิน โดยผนังกระจกด้านนอกจะเป็นแผ่นกระจกสองแผ่นโค้ตติดกัน ส่วนผนังกระจกชั้นในเป็นผนังกระจกสามแผ่นติดกันเป็นการอาศัยหลักการดูดซับและถ่ายเทความร้อน ซึ่งขึ้นอยู่กับฤดูกาล และอุณหภูมิของอาคาร เช่น ในหน้าหนาวเมื่อผนังอาคารด้านทิศใต้ได้รับแสงแดดความร้อนก็จะถูกถ่ายเทเข้าสู่อาคารไปยังชั้นต่างๆ ผ่านช่องระบายอากาศระหว่างชั้น ส่วนในหน้าร้อนความร้อนจะถูกระบายออกด้านนอกผ่านช่องระบายอากาศ และหน้าต่างอาคารและเพื่อให้อาคารสามารถผลิตพลังงานพึ่งพาตนเองได้นั้นอาคารยังถูกออกแบบให้ติดตั้งเทคโนโลยีพลังงานทดแทน และระบบอนุรักษ์พลังงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งกังหันลมชนิดแนวแกนนอนความสูง 15 เมตร จำนวน 3 ตัว ขนาดการผลิตไฟฟ้า 10 กิโลวัตต์ ต่อตัว ซึ่งจะช่วยให้สามารถผลิตพลังงานได้มากถึง 105,000 กิโลวัตต์ต่อปี คิดเป็นร้อยละ 61 ของพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดที่ทางอาคารแห่งนี้ผลิตได้ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตน้ำร้อนหรือ (Thermal Solar) ทำหน้าที่ ส่งผ่านความร้อนในการสร้างความอบอุ่นให้กับตัวอาคาร และเพื่อผลิตเป็นน้ำอุ่นไว้ใช้ภายในอาคาร การผลิตพลังงานจากแผงเซลล์โฟโตโวลทาอิค (Photovoltaic Solar) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ใช้ภายในอาคาร โดยคิดเป็นพื้นที่การติดตั้ง 100ตารางเมตร ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 19,140 กิโลวัตต์ ต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 11 ของพลังงานที่ผลิตได้ทั้งหมดซึ่งปัจจุบันนั้นพลังงานที่ผลิตได้สามารถนำไปใช้ในการขับเคลื่อนรถไฟฟ้าของพนักงานบริษัท และในอนาคตหากมีปริมาณพลังงานเหลือมากพอเกินจากความต้องการใช้งานก็ยังสามารถส่งไปจำหน่ายให้กับทางเครือข่ายการไฟฟ้าได้อีกด้วย

 

 

30-05-2555-2010-11-11-(1).png

 

          และไฮไลน์สำคัญของอาคารแห่งนี้ คือ ระบบปรับอุณหภูมิอาคารด้วยบ่ออากาศใต้ดิน (CANADIAN WELL) ซึ่งเป็นการอาศัยหลักการทำงานของระบบนำพาความร้อนหรือระบายความร้อนผ่านพื้นดิน และเป็นระบบช่วยในการปรับอากาศแบบธรรมชาติสามารถทำได้โดยการวางระบบบ่ออากาศความลึกประมาณ 1.50เมตร จากพื้นดินใกล้กับอาคาร และทำช่องใต้ดินต่อขึ้นไปยังอาคาร โดยในฤดูหนาวอุณหภูมิพื้นดินจะอยู่ที่ประมาณ 5องศาเซลเซียส ในขณะที่หน้าร้อนจะอยู่ที่ 15 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าอุณหภูมิของอากาศในหน้าหนาว และต่ำกว่าอุณหภูมิอากาศในหน้าร้อน จึงสามารถใช้หลักความเฉื่อยของอุณหภูมิความร้อนของพื้นดินในการปรับอุณหภูมิในอาคาร โดยเมื่ออากาศจากบ่อดินถ่ายเทเข้าอาคารจะผ่านการปรับอุณหภูมิด้วยระบบมอเตอร์หมุนเวียนและปรับอากาศ (หรือที่เรียกว่า thermo-mechanical ventilation หรือ VMC)แบบสองทิศทางทั้งนี้ในหน้าหนาวอาคารแห่งนี้จึงสามารถปรับอุณหภูมิภายในอาคารให้สูงขึ้นเป็นการพรีฮีตติ้ง ส่วนในหน้าร้อนก็จะมีอากาศที่เย็นสดชื่นโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศทำความเย็นเลย

          ทั้งนี้การประยุกต์ใช้ระบบปรับอุณหภูมิด้วยบ่ออากาศใต้ดินควบคู่กับระบบ VMC นั้น ช่วยให้ทางอาคารสามารถประหยัดพลังงานได้เฉลี่ยถึงปีละ 9,100 กิโลวัตต์ต่อปี (กล่าวคือ ระบบ VMC ช่วยประหยัดพลังงานปีละ 7,500 กิโลวัตต์ ในขณะที่ระบบบ่ออากาศใต้ดินช่วยให้ประหยัดพลังงานได้ประมาณ 1,600 กิโลวัตต์ ต่อปี) นอกจากนี้แล้วอาคารแห่งนี้ยังได้ติดตั้งระบบสำรองพลังงานในรูปแบบไฮโดรเจนเป็นระบบกังเก็บพลังงานที่สามารถเก็บพลังงานได้ในปริมาณมากเพื่อกังเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ใช้ในยามจำเป็น ดังนั้นการเก็บพลังงานในรูปแบบไฮโดรเจน (ซึ่งเกิดจากการนำน้ำและกระแสไฟฟ้ามา ผ่านกระบวนการอิเล็คโทรไลซิสจะช่วยให้สามารถมีพลังงานสำรองใช้ และลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากภายนอกได้มากที่สุด)  พร้อมกันนี้ทางโครงการยังได้นำระบบไฮโดรเจนที่ได้สำรองพลังงานไว้มาต่อเข้ากับเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) เพื่อจ่ายไฟฟ้า และผลิตพลังงานความร้อนสำหรับอาคาร ซึ่งการประยุกต์ใช้เซลล์เชื้อเพลิงและไฮโดรเจนเข้ามาใช้จะช่วยให้ทางอาคารมีไฟฟ้าสำรองใช้ในช่วงที่มีอัตราการผลิตพลังงานหมุนเวียนต่ำกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าของทางอาคารซึ่งเมื่อสามารถประยุกต์รูปแบบการผลิตพลังงานหมุนเวียนเข้ากับระบบ

          การสำรองพลังงานไฮโดรเจน และการจ่ายไฟด้วยเซลล์เชื้อเพลิงแล้วก็จะช่วยให้ทางอาคารสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างแท้จริงอย่างไรก็ตามเพื่อทำให้อาคารสามรถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนอาคารแห่งนี้ยังได้ใช้หลอดไฟให้แสงสว่างในอาคารเป็นหลอดฟลูออเรสเซนส์ T5 ชนิดประหยัดพลังงาน ส่วนในห้องน้ำ จะใช้หลอด LED ส่วนบริเวณโต๊ะทำงาน หรือบางพื้นที่ใช้ระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติหรือหรี่ไฟผ่านระบบเซ็นเซอร์


ที่มาของข้อมูล: http://www.energysavingmedia.com/news/

"

 
Share 
 
MACROMEDIA
FLASH PLAYER
WINDOWS
POCKET PC
JAVA VIRTUAL
MACHINE
ADOBE ACROBAT
READER
WINDOWS
POCKET PC


สำนักสิ่งแวดล้อม ศาลาว่าการ กทม.2 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2247 1671
Copyright © 2013 สำนักสิ่งแวดล้อม. All rights reserved