บทความ

ความรู้เกี่ยวกับการจัดการและการใช้ประโยชน์จากขยะรีไซเคิล

ความรู้เกี่ยวกับการจัดการและการใช้ประโยชน์จากขยะรีไซเคิล การจัดการและการใช้ประโยชน์จากขยะ สำหรับประเทศไทยนับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีกลุ่มคนที่ทำหน้าที่คัดแยกขยะจากบ้านเรือน เพื่อนำขยะเหล่านี้กับมารีไซเคิลใหม่ กลุ่มบุคคลเหล่านี้ คือ ผู้ประกอบอาชีพเก็บและรับซื้อของเก่าที่เป็นกลไกที่สำคัญในการคัดแยกขยะ ซึ่งในการคัดแยกขยะผู้ประกอบอาชีพนี้จะต้องทราบว่าขยะประเภทใดบ้างที่เป็นความต้องการของตลาดรีไซเคิล และควรจัดการกับขยะเหล่านี้อย่างไรก่อนนำไปขายเพื่อให้ได้ราคาดี

1.  ประเภทพลาสติก
27-11-2555-2014-40-52-(1).jpg


          ขยะประเภทพลาสติกมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะสินค้าและบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ส่วนมากทำมาจากพลาสติก เช่น ขวดนม กระป่องยา ขวดอาหาร เป็นต้น เนื่องจากคุณสมบัติที่เหมาะสมของพลาสติกซึ่งมีน้ำหนักเบา สีสันสวยงาม ไม่เป็นสนิม ทนทาน และมีหลายประเภทจึงทำให้สามารถนำพลาสติกมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ถึงแม้ว่าพลาสติกไม่สามารถย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ ดังนั้นจึงทำให้ยากต่อการกำจัดโดยการฝังกลบ แต่การกำจัดขยะพลาสติกโดยการฝังกลบไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง เนื่องจากขยะพลาสติกสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เกือบทุกประเภท พลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคอลได้ ได้แก่ พลาสติกชนิดยูเรีย เมลามีน อีพอกซี่ นอกนั้นสามารถรีไซเคิลได้หมด แต่บางครั้งยังมีข้อจำกัดอีกหลายเรื่องที่ไม่สามารถนำพลาสติกทุกชนิดมารีไซเคิลได้ เช่นด้านความต้องการของโรงงานรีไซเคิล หรือพลาสติกบางประเภทมีน้ำหนักเบาและเก็บรวบรวมได้ยากจึงไม่เนที่นิยมนำมารีไซเคิล เช่น ถุงพลาสติก เป็นต้น
          1.1  พลาสติกที่สามารถนำมารีไซเคิล ได้แก่
          (1)  โพลีโพรพิลิน (Polypropylene;PP) พลาสติกประเภทนี้เป็นที่นิยมนำมาใช้เป็นถ้วยนมเปรี้ยว กระป๋องมันฝรั่งทอด และถังเนยเทียม
          (2)  โพลีสไตรีน (Polystyrene;PS) พลาสติกประเภทนี้เป็นที่นิยมนำมาใช้เป็นภาชนะแทนโฟม ถาดสลัด กล่องบรรจุวิดีโอและซีดี
          (3)  โพลีเอทิลีน (Polyethylene;PE) พลาสติกประเภทนี้เป็นที่นิยมนำมาใช้ทำขวดเครื่องดื่มหรือขวดน้ำอัดลม
          (4)  โพลิไวนิลคลอไรด์ (Polyvinyl Chloride;PVC) พลาสติกประเภทนี้เป็นที่นิยมนำมาใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหาร สายไฟ และท่อน้ำ
          (5)  โพลิเอทิลีนที่มีความหนาแน่นสูง (High-density Polyethylene;HDPE) พลาสติกประเภทนี้เป็นที่นิยมนำมาใช้เป็นเหยือกน้ำผลไม้ เหยือกนม ของเล่น ขวดน้ำยาซักผ้า
          (6)  โพลิเอทิลินที่มีความหนาแน่นต่ำ (Low-density Polyethylene;LDPE) พลาสติกประเภทนี้เป็นที่นิยมนำมาใช้เป็นพลาสติกใสสำหรับห่ออาหาร และถุงหิ้ว
          1.2  การคัดแยกพลาสติกเพื่อนำไปรีไซเคิล
           พลาสติกที่ซื้อขายเกันเพื่อนำกลับมารีไซเคิลมีราคาแตกต่างกันตั้งแต่ 3-8 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทของพลาสติกก่อนนำไปขายจะมีการจัดการขยะพลาสติกให้ดีก่อน ดังนี้
          (1)  ขวดให้สิ่งปนเปื้อนออกให้หมด ดึงฉลากและสิ่งต่างๆ ที่ติดกับพลาสติกออกให้หมด
          (2)  ทำให้แบนเพื่อประหยัดเนื้อที่
          (3)  คัดแยกพลาสติกออกตามปรเภท อาจจะสังเกตประเภทของพลาสติกจากเครื่องหมายที่ก้อนบรรจุภัณฑ์ก็ได้ เพราะบางทีจะมีเครื่องหมายรีไซเคิลพร้อมทั้งตัวเลขระบุประเภทของพลาสติก หรืออาจนำพลาสติกมาแช่น้ำเพื่อแยกประเภทพลาสติก เพราะพลาสติกแต่ละประเภทมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน

2.  ประเภทกระดาษ

27-11-2555-2010-30-12.jpg
          ขยะมูลฝอยจากบ้านเรือนและสำนักงานจะมีกระดาษเป็นองคืประกอบที่สำคัญตัวหนึ่ง เนื่องจากในชีวิตประจำวันของเราจะต้องเกี่ยวพันกับการใช้กระดาษ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ กระดาษคอมพิวเตอร์ ถุงกระดาษ กระดาษลัง เป้นต้น กระดาษเหล่านี้สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ กระดาษที่ไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ เช่น กระดาษห่อของขวัญ กระดาษกล่องแอปเปิล เพราะกระดาษประเภทนี้มีเยื่อเซลลูโลสน้อยมากไม่เหมาะที่จะนำมารีไซเคิลอีก
          2.1  การจัดการขยะประเภทกระดาษเพื่อนำมารีไซเคิล
          กระดาษแต่ละประเภทมีราคารับซื้อไม่เท่ากัน ถ้าขายรวมๆ กันก็จะได้ราคารวมเย่างต่ำเพียงกิโลกรัมละ 1 บาท และที่สำคัญกระดาษที่นำมากขายจะต้องไม่เปื้อนคราบน้ำมันต่างๆ ดังนั้นจึงควรมีการแยกประเภทกระดาษก่อนที่จำนำไปขายตามประเภทดังนี้
     -  กระดาษแข็งกล่องน้ำตาล
     -  กระดาษย่อยและหนังสือเล่มทั่วไป
     -  กระดาษขาวสำนักงาน
     -  กระดาษหนังสือพิมพ์
     -  สมุดโทรศัพท์
     -  กระดาษสมุดนักเรียน
     -  กล่องยูเอชที
          2.2  การรีไซเคิลกระดาษ
           กระดาษที่รับซื้อจากบ้านเรือนหรือแหล่งต่างๆ จะถูกส่งไปยังโรงงานผลิตกระดาษ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบผสมในการผลิตกระดาษประเภทต่างๆ กระดาษมีหลายชนิดและหลายคุณภาพ กระดาษขาวสำหรับเขียนหรือการะดาษคอมพิวเตอร์จะเป็นกระดาาที่มีคุณภาพสูง จึงถูกนำมาแปรรูปเป็นกระดาษสมุดและหนังสือ ส่วนหนังสือพิมพ์และกระดาษกล่องจะมีคุณภาพต่ำ จึงถูกนำมาแปรรูปเป็นกระดาษกล่องบรรจุเครื่องดื่ม กระดาษห่อของขวัญ กล่องกระดาษแข็ง การรีไซเคิลกระดาษจะเริ่มด้วยกำจัดหมึกออกและตีกระดาษให้เปื่อยยุ่ยเป็นเยื่อกระดาษและเติมเยื่อกระดาษใหม่เข้าไป ซึ่งสัดส่วนเยื่อกระดาษรีไซเคิลกับเยื่อกระดาษใหม่ขึ้นอยู่กับประเภทของกระดาษที่จะผลิตแล้วจะเข้าสู่กระบวนการผลิตกระดาษต่อไป

 

3.  ประเภทแก้ว

27-11-2555-2010-34-20.jpg
         แก้วเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากทรายโดยมีหินปูนและโซดาไฟเป็นส่วนผสม โดยนำมาหลอมและขึ้นรูปเป็นภาชนะต่างๆ เช่น แก้วน้ำ ขวดอาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ แก้วเป็นวัสดุที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ ขวดแก้วทุกประเภทสามารถนำมารีไซเคิลได้แต่ขวดแก้วแต่ละประเภทแต่ละสีจะมีาคาต่างๆ คือ ขวดแก้วสีขาวจะมีราคาดีที่สุด รองลงมาคือสีชาและสีเขียว ถ้าเป็นขวดดีไม่แตกก็จะได้ราคาสูงกว่าขวดแตกหรือเศษแก้ว ดังนั้นควรมีการคัดแยกแก้วออกตามสี

 

          การนำแก้วไปรีไซเคิล
          -  ขวดแก้วดี  27-11-2555-2010-38-45.jpgขวดแก้วที่ไม่แตกจะถูกนำมาคัดแยกตามสีและประเภทที่บรรจุสินค้า เช่น ขวดแม่โขง ขวดเบียร์ ขวดน้ำปลา ขวดซอส ขวดน้ำอัดลมแบบวันเวย์ ฯลฯ  ขวดแก้วเหล่านี้หากไม่แตกบิ่นเสียหายจะถูกส่งแลับเข้าโรงงานเพื่อนำไปล้างและฆ่าเชื้อโรคและนำกลับมาบรรจุสินค้าใหม่ซ้ำอีกอย่างน้อยถึง 30 ครั้ง โดยผู้ผลิตสินค้าเดิม เช่น บริษัทผลิตเบียร์จำนำขวดเบียร์ที่ใช้แล้วมาผ่านกระบวนการล้างและทำความสะอาดด้วยสารเคมีต่างๆ แล้วจึงนำกลับมาบรรจุเบียร์อีกครั้ง
          -  ขวดแก้วแตกหรือเศษแก้ว 27-11-2555-2010-39-18.jpg ขวดที่แตกชำรุดเสียหายจะถูกนำมาคัดแยกสี คือ ขวดแก้วขาว ขวดแก้วสีชา ขวดแก้วสีเขียว แมื่อแยกสีแล้วจะถูกส่งเข้าโรงงานหลอมแก้ว เพื่อทุบให้แตกละเอียด ล้างทำความสะอาดด้วยสารเคมีและหลมละลาย เพื่อเป่าเป็นชขวดใหม่





4.  ประเภทโลหะ

27-11-2555-2013-30-44(1).jpg
          โลหะหลากหลายชนิดสามารถนำมารีไซเคิลได้โดยการนำมาหลอมและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ สามารถแบ่งโลหะออกได้ 3 กลุ่มใหญ่ คือ
          -  โลหะประเภทเหล็ก  เหล็กสามารถนำมารีไซเคิลได้ทุกชนิด สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ เหล็กหล่อ เหล็กหนา และเหล็กบาง ราคราซื้อขายจะต่างกันตามประเภทของเหล็ก ซึ่งพ่อค้ารับซื้อของเก่าจะทำการตัดเหล็กตามขนาดต่างๆ ตามที่ท่างโรงงานกำหนดเพื่อสะดวกในการเข้าเตาหลอมและการขนส่ง
          -  โลหะประเภทอะลูมิเนียม  แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ (1) อะลูมินียมหนา เช่น อะไหร่เครื่องยนต์ ลูกสูบ อะลูมิเนียมาอัลลอย ฯลฯ (2) อะลูมิเนียมบาง เช่น หม้อ กะละมังซักผ้า ขันน้ำ กระป๋องเครื่องดื่ม ฯลฯ ราคาซื้อขายโลหะประเภทอะลูมิเนียมมีราคาตั้งแต่ 10 บาท ถึง 45 บาท แล้วแต่ประเภท อะลูมิเนียมหนาจะมีราคาแพงกว่าอะลูมิเนียมบาง แต่ขยะอะลูมิเนียมที่พบมากในกองขยะส่วนใหญ่จะเป็นพวกกระป๋องเครื่องดื่ม เช่น กระป๋องน้ำอัดลม กระป๋องเบียร์  โดยเฉพาะกระป๋องน้ำอัดลมจะเป็นขยะที่มีปริมาตรมาก ดังนั้นก่อนนำไปขายควรจะอัดกระป๋องให้มีปริมาตรเล็กลงเพื่อที่จะได้ประหยัดพื้นที่ในการขนส่ง สำหรับการรีไซเคิลกระป๋องอะลูมิเนียมนั้นพ่อค้ารับซื้อของเก่าจะทำการอัดกระป๋องอะลูมิเนียมให้มีขนาดตามที่ทางโรงงานกำหนดมา กระป๋องอะลูมิเนียมสามารถนำกลับมารีไซเคิลซื้กได้หลายๆ ครั้ง ไม่มีการกำจัดจำนวนครั้งของการผลิต เมื่อกระป๋องอะลูมิเนียมถูกส่งเข้าโรงงานแล้วจะถูกบดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วหลอมให้เป็นแท่งแข็ง จากนั้นนำไปรีดให้เป็นแผ่นบางเพื่อส่งต่ไปยังโรงงานผลิตกระป๋องเพื่อผลิตกระป่องใหม่
         -  โหละประเภททองเหลือง ทองแดง และสแตนเลส  โลหะประเภทนี้มีราคาสูงประมาณ 30-60 บาท โดยทองเหลืองสามารถนำมากลับมาหลอมใหม่ โดยทำเป็นพระ ระฆัง อุปกรณ์สุขภัณฑ์ต่างๆ ส่วนทองแดงก็นำกลับมาหลอมทำสายไฟได้ใหม่
          ปัจจัยสำคัญในการรีไซเคิลวัสดุประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโลหะ พลาสติก กระดาษ แก้ว ก็คือจะต้องแยกประเภทของขยะรีไซเคิลแต่ละชนิดออกจากกันไม่ให้ปนกัน และทำความสะอาดวัสดุก่อนที่จะนำไปขาย ถ้าเป็นกระป่องก็ควรจะทำการอัดเพื่อลดปริมาตรของชขยะก่อนที่จำนำไปขาย

 

"

 
Share 
 
MACROMEDIA
FLASH PLAYER
WINDOWS
POCKET PC
JAVA VIRTUAL
MACHINE
ADOBE ACROBAT
READER
WINDOWS
POCKET PC


สำนักสิ่งแวดล้อม ศาลาว่าการ กทม.2 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2247 1671
Copyright © 2013 สำนักสิ่งแวดล้อม. All rights reserved