บทความ

50 วิธีแต่งบ้านรับโลกร้อน

50 วิธีแต่งบ้านรับโลกร้อน

 
     1.  ทำผนังสองชั้น  ที่มีช่องว่างเล็กๆ อยู่ตรงกลางผนังที่หนาจะช่วยให้ความร้อนผ่านได้ยาก26-09-2555-2016-01-13.jpg แถมช่องว่างระหว่างผนังเป็นตัวเด็บกัก และชะลอไม่ให้ความร้อนผ่านเข้าไปในบ้านได้
     2.  ติดตั้งฝ้าเพดานและฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา  ซึ่งมีหลายชนิดหลายขนาดให้เลือก บางชนิดสามารถนำมาติดตั้งในบ้านที่สร้างเสรร็จแล้วได้ง่ายและรวดเร็ว
     3.  บ้านไม้ที่โดนแดดส่อง มักทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในเตาอบ เพราะไม้ส่งผ่านความร้อนได้ง่าย แก้ไขโดยตีโครงคร่าวบนผนังด้านใน เพื่อติดแผ่นยิปวัมบอร์ด เพื่อเพิ่มช่องว่างระหว่างแผ่นไม้ด้านนอกกับแผ่นยิปซัมบอร์ด ช่วยลดความร้อน แถมยังดูสวยงามอีกด้วย


     4.  ลมประจำประเทสไทยนั้นพัดจากทิสใต้ขึ้นทิศเหนือในฤดูร้อน และทิศเหนือลงทิศใต้ในฤดูหนาว จึงควรวางตัวบ้านแนวยาวในทิศขวางลม เพื่อให้รับลมและยังช่วยลดพื้นที่ผิวของตัวบ้านให้รับแดดทางทิสตะวันออกและตะวันตกได้น้อยลงอีกด้วย
     5.  ดวงอาทิตย์โคจรจากทิศตะวันออกไปตะวันตกแบบอ้อมไปทางใต้ ดังนั้นด้านที่รับแสงแดดบ่ายเต็มๆ คือด้านตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ จึงควรหลีกเลี่ยงการเจาะช่องเปิดของบ้านในทิศนี้ แล้วหันไปเหิดด้านทิศตะวันออกและเหนือแทน
     6.  การเปิดช่องทางด้านทิศใต้คู่กับด้านทิศเหนือ ช่วยให้บ้านรับลมได้ตลอดปี
26-09-2555-2016-01-59.jpg

     7.  บานกระจกขนาดใหญ่ช่วยให้บ้านโปร่งตาและได้มุมมองสวยงาม แต่ในขณะเดียวกันก็รับแสงแดดเข้าบ้านเต็ม ๆ แก้ได้โดย ให้ช่างมาติดฟิล์มกรองแสงที่มีประสิทธิภาพลดความร้อนและรังสียูวี ทำให้เปิดมุมมองโล่งได้เหมือนเดิม
     8. ติดผ้าม่านแบบโปร่งช่วยลดแสงจ้าจากภายนอกได้ แต่ยังคงให้แสงธรรมชาติผ่านในปริมาณพอเหมาะ และเหมาะสำหรับช่องเปิดในทิศเหนือใต้ซึ่งไม่โดนแดดโดยตรง
     9.  เลือกใชผ้าม่านโทนสีอ่อนอย่างขาว ครีม ฟ้า  ช่วยให้บ้านดูดปร่งเบาสบายตาและสร้างความรู้สึกเย็นได้อีกทางหนึ่ง
     10.  สำหรับหน้าต่างทางทิศตะวันตกที่โดนแดดบ่ายเต็มที่ เพิ่มผ้าม่านแบบทึบแสงที่กันแสงได้เกือบร้อยเปอร์เซ็น ซ้อนทับผ้าม่านแบบโปร่งเอาไว้สำหรับเปิดเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการ
     11.  วางตำแหน่งช่องเปิดของผนังหน้าบ้านกับหลังบ้านให้ตรงกัน  เพื่อให้ลมสามาถพัดเข้าและพัดออกได้สะดวก
     12.  เพิ่มเสียงเพราะๆ ให้กับบ้าน  อย่างเช่นเสียงน้ำพุหรือน้ำไหล หรือใช้วิธีการแขวนกระดิ่ง ชวนทำให้รู้สึกว่าบ้านเรามีลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา
     13.  เปิดช่องด้านบนผนังหรือหหลังคาในทิศที่ไม่โดนแดดบ่าย เลือกใช้บานหน้าต่างที่สามารถเปิด-ปิดง่าย นอกจากจะได้แสงสว่างเต็มที่แล้วยังระบายอากาศได้ดีอีกด้วย
     14.  ขนาดของช่องเปิดก็มีผลต่อปริมาณลมที่เข้าบ้าน ถ้าทิศทางที่ลมเข้านั้นมีช่องเปิดขนาดใหญ่ แต่ช่องเปิดของทางลมออกมีขนาดเล็ก อาจทำให้ลมไม่สามารถผ่านได้มากเท่าที่ควร  การออกแบบบานหน้าต่างขนาดใหญ่จากพื้นจรดเพดานหรือประตูทรงสูงช่วยให้ลมผ่านได้ดี
     15.  โดยปกติระดับฝ้าเพดานบ้านพักอาศัยทั่วไปจะอยู่ที่ 2.40 เมตร จากพื้น ลองขยับฝ้าให้สูงขึ้นไปสัก 30 เซนติเมตร จะสร้างความรู้สึกโปร่งใส ไม่อึดอัด และทำให้ลมผ่านได้สะดวกขึ้น
     16.  ห้องที่อยู่ชั้นล่างของตัวบ้านไม่จำเป็นต้องมีฝ้าเพดาน ถอดฝ้าเพดานออกเพื่อให้ได้หน้องเพดานสูงที่อากาศถ่ายเทสะดวก แล้วใช้ท่อเหล็กร้อยเก็บความเรียบร้อยของสายไฟ26-09-2555-2016-00-37.jpg
     17.  ติดตั้งผนังแบบบานเกล็ดไม้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ที่สามารถปรับระดับได้ไว้ที่ผนังด้านนอกฝั่งที่โดนแดด ช่วยลดความร้อน และทำให้ลมผ่านได้ตลอด
     18.  ใช้พล็อกแก้วก่อแทนผนังปูน เพื่อให้ห้องดูสว่าง  แต่อย่าลืมเว้นช่องสำหรับเปิดไว้ด้วย จะเป็นประตูหรือหน้าต่างสักบานก็ไม่มีปัญหา เพราะหากขาดช่องเปิด ห้องนี้ก้ไม่ต่างจากเตาอบแสงอาทิตย์ดีๆ นี่เอง
     19.  ติดตั้งกันสาดเพิ่มเติมสำหรับหน้าต่างมุมที่รับแดดเต็มๆ เพียงแค่แดดไม่ส่องเข้าบ้านโดยตรง บ้านเราก็ร้อนน้อยลงเยอะแล้ว
     20.  การยกใต้ถุนบ้านสูงแบบเรือนไทย ก้เป็นอีกทางที่ช่วยให้ลมพัดผ่านใต้บ้านเป็นการถ่ายเทความร้อนออกไป
     21.  ลองจัดพื้นที่หัวมุมบ้าน ซึ่งเป็นส่วนที่ลดพัดผ่านได้ดี ให้กลายเป็นมุมนั่งเล่นที่ต้องใช้ระหว่างวัน
     22.  เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์รูปทรงโปร่ง เพื่อให้ห้องดูโล่งสบายตา เป็นการสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและไม่อึดอัด
     23.  เลือกใช้ประตุบานเฟี้ยม ที่เปิด-ปิดได้ตลอดแนวผนัง สามารถเลือกรูปแบบการใช้งานได้ โดยจะเปิดให้กลายเป็นห้องโล่งหรือเปิดเมื่อต้องการก้สะดวกดี
26-09-2555-2015-59-51.jpg

     24.  ไม่ควรเลือกภาพผนังภายนอกด้วยสีโทนร้อนหรือเข้ม เนื่องจากสีเข้มจะดูดความร้อนและสะสมความร้อนได้ง่ายจนทำให้ภายในบ้านร้อนตามไปด้วย
     25.  ห้องหัวมุมสามารถทำเป็นห้องนั่งเล่นกึ่งเอาต์ดดอร์ได้ โดยเปิดผนังให้โล่งสักสองด้าน หรือเจาะผนังเป็นช่องเปิดขนาดใหญ่ให้อากาศถ่ายเท
     26.  ไม่ควรวางเฟอร์นิเจอร์ขวางทิศทางลม การวางเฟอร์นิเจอร์กึ่งกลางระหว่างช่องเหิด ก็มีผลให้ลมไม่สามารถผ่านได้
     27.  ตกแต่งผนังบ้านด้วยงานศิลปะ หรือภาพวิวทิวทัศน์สบายตา เป็นอีกวิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้ภายในบ้านน่ามองและเย็นตา  
     28.  เปลี่ยนมุมนอกบ้านเล็กๆ ที่ไม่ได้ใช้งานให้เป็นมุมนั่งเล่นเย็นใจ เพียงแค่นำเอาชุดโต๊ะเก้าอี้อารมณ์สบายๆ มาวางไว้สักตัว สองตัว แล้วปลูกต้นไม้สักนิด จะเป็นไม้กระถางหรือไม้แขวนก็ได้ทั้งนั้น เพิ่มหลังคาโปร่งแสงหรือหลังคาผ้าใบ เพื่อช่วยกันแดดกันฝนให้สามารถใช้งานมุมนั้นได้ทั้งฤดูกาล
     29.  เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากผ้า มีคุณสมบัติในการอมความาร้อน และจะระคายความร้อนออกมาในช่วงเย็นและค่ำ จึงไม่ควรวางใกล้ผนังทิศที่โดนแดด เพราะจะทำให้ห้องร้อนยาวนาน
     30.  เลือกทาผนังภายในบ้านด้วยโทนสีเย็นเป็นส่วนใหญ่ เพื่อสร้างความสบายตาลองเลือกใช้สีฟ้าอ่อน เขียวอ่อน ครีม ขาว จะช่วยให้ห้องเย็นและดูกว้างขึ้น
     31.  พื้นที่แคบๆ ริมรั้วที่ไม่ได้ใช้อะไร ก่อขอบปูนสูงขึ้นสัก 20-30 เซนติเมตร ทำเป็นบ่อปลาเล็กๆ หรือสระว่ายน้ำนอกบ้าน แล้วปลูกไม้น้ำให้กลายเป็นสวนน้ำที่ทั้งสวยและให้ความเย็นกับบ้านอีกด้วย เพียงแต่ต้องระวังไม่วางตำแหน่งบ่อในทิศตะวันตกหรือทิศที่โดนแดด เพราะจะกลายเป็นการสะสมความร้อนและสะท้อนแสงแดดเข้าบ้าน
     32.  รั้วบ้านเป็นคอนกรีตถูกแดดจัดอมความร้อน แสงที่สะท้อนมีผลต่อสายตา ทำสวนแนวตั้งชิดกำแพงรั้ว ตัดแต่งเป็นแท่งสูงเท่ากับความสูงของรั้ว จะช่วยให้บ้านดูร่มเย็น ดูแล้วสบายตา
     33.  ไม่ควรปลูกต้นไม้ตรงกับหน้าต่าง เพราะพุ่มไม้ที่หนาทึบจะเป็นตัวบังลมไม่ให้เข้าบ้าน ควรปลูกห่างจากตัวบ้านสัก 2-3 เมตร เพื่อเปิดทางให้ลมเข้า ในขณะเดียวกันพุ่มไม้จะเป็นตัวดักฝุ่นไม่ให้เข้าบ้าน เป็นพลอยได้อีกทางหนึ่ง
     34.  ปลูกต้นไม้ใหญ่ในทิศตะวันตก ช่วยให้ร่มเงากับตัวบ้าน นอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวแล้ว การมีต้นไม้ในบ้านยังช่วยลดอุณหภูมิของบ้านได้อีกเยอะ
     35.  แผงไม้ระแนงที่ปลูกต้นไม้พันไปทั่ว นอกจากจะช่วยบังแดดแล้วยังดูสดชื่นอีกด้วย
26-09-2555-2015-59-20.jpg

     36.  ปลูกพืชคลุมดินหรือหญ้าให้ทั่วบริเวณบ้าน และลดปริมาณพื้นที่คอนกรีตซึ่งเป็นการสะสมและสะท้อนความร้อนเข้าบ้าน
     37.  ทำสวนดาดฟ้า โดยการปลูกต้นไม้ที่เหมาะสม จะช่วยให้อุณหภูมิของบ้านลดลง 2 องศาเซลเซียส ประหยัดค่าไฟฟ้าได้เดือนละหลายบาท
     38.  ลดจำนวนครั้งในการเปิดตู้เย็น เพราะการเปิดตู้เย็นบ่อยๆ จะทำให้ตู้เย็นทำงานหนักขึ้น นอกจากจะเปลืองไฟแล้วยังทำให้เครื่องปล่อยความร้อนออกมามากขึ้น
     39.  เก็บข้าวของในบ้านที่ไม่จำเป็นให้เรียบร้อย ช่วยให้บ้านดูโปร่งตาน่าอยู่และมีลมผ่านมากขึ้น เลือกพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งานอย่างใต้บันได แล้วทำการปิดหรือออกแบบตู้เก็บของแบบบิลท์อินให้กลมกลืนไปกับผนัง ดูสวยงามและไม่ขวางทางลม
     40.  ปลูกไม้กระถางขนาดเล็กในบ้าน ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับห้องได้ดีอย่างคาดไม่ถึง
     41.  ใช้ระบบเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ ช่วยควบคุมปริมาณการใช้ไฟฟ้า แถมยังประหยัดไฟได้เป็นอย่างดี
     42.  ทำความสะอาดมุ้งลวดและผ้าม่านบ่อยๆ เพราะฝุ่นที่สะสมอยู่ จะทำให้ลมไม่พัดเข้าบ้าน
     43.  ไม่ควรทำรั้วบ้านให้สูงและทึบ เพราะจะเป็นตัวบังลมอย่างดี ถ้าต้องการความปลอดภัย แนะนำให้เจาะช่องระแนงไม้หรือบานเกล็ดตั้งที่รั้วบ้าน เพื่อลมพัดผ่านเข้าบ้านได้
26-09-2555-2015-58-22-(1).jpg

     44.  หลอดไฟแบบดาวนืไลท์และหลอดไส้ให้ความร้อนมากกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ เปลี่ยนมาใช้หลอดตะเกียบแบบ warm white ก็สามารถให้แสงสีส้มสวยงามได้แถมยังประหยัดพลังงานอีกต่างหาก
     45.  ติดตั้งเครื่องดูดควันหรือพัดลมดูดอากาศในบริเวณที่อากาศไม่ถ่ายเทอย่างห้องครัว เพื่อลดการสะสมกลิ่นอาหาร ควัน และความร้อนในตัวบ้าน
     46.  ล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ  เป็นประจำาอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง จะช่วยให้ประหยัดพลังงานได้
     47.  ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส ก็เพี่ยงพอที่จะอยู่อย่างสบายประหยัดไฟได้อีกต่างหาก
     48.  เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ระบบ Stand by หากไม่ใช้งาน ถอดปลั๊กออก ช่วยประหยัดไฟได้อย่างคาดไม่ถึง
     49.  ขยะสดจากครัวอย่าทิ้งนำไปใช้ประโยชน์โดยการหมักเป็นปุ๋ยหรือน้ำยาล้างห้องน้ำ จะช่วยลดปริมาณขยะ และยังเป็นการรู้จักนำขยะมาใช้ประโยชน์ได้อีกทางหนึ่ง
     50.  ขยะสร้างประโยชน์และรายได้ให้กับครอบครัว หากรู้จักแยก รู้จักนำกลับมาใช้ใหม่ ไม่เชื่อให้ลองดู


สำนักสิ่งแวดล้อม
กรุงเทพมหานคร
"

 
Share 
 
MACROMEDIA
FLASH PLAYER
WINDOWS
POCKET PC
JAVA VIRTUAL
MACHINE
ADOBE ACROBAT
READER
WINDOWS
POCKET PC


สำนักสิ่งแวดล้อม ศาลาว่าการ กทม.2 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2247 1671
Copyright © 2013 สำนักสิ่งแวดล้อม. All rights reserved