บทความ

การจัดการขยะของฟูกูโอกะ (จบ)

การจัดการขยะของฟูกูโอกะ (จบ) 6.  บทสรุป
          การจัดการขยะของประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่เพียงแค่เก็บกวาด ทำความสะอาด แล้วขนย้ายไปฝังกลบหรือนำไปเผาทำลายโดยเปล่าประโยชน์  แต่เป็นการจัดการโดยใช้ประโยชน์จากขยะทุกชิ้นในรูปของทรัพยากรหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ทั้งวัตถุดิบในการผลิตสินค้าประเภทแก้ว  กระดาษ โลหะ พลาสติก หรือนำกลับมาใช้ใหม่ในรูปของพลังงานความร้อน หรือพลังงานจากการหมักเอาก๊าชมีเทน  หรือในรูปของปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ที่สามารถนำกลับไปใช้ในแปลงเกษตรได้อีก ทดแทนการใช้สารเคมี  โดยที่มีระบบการคัดแยกที่แหล่งกำเนิดที่สอดคล้องกับการเก็บรวบรวมและขนส่งและนำเข้าโรงงานตามประเภทของวัสดุแต่ละชนิด ภายใต้กรอบของกฎหมายที่ครอบคลุมและกรอบทางสังคม และความพยายามสื่อสารกับประชาชนอย่างมากผ่านสื่อต่างๆ การเรียนรู้ตั้งแต่เยาว์วัย การเข้าถึงครัวเรือนและชุมชน ประกอบกับวัฒนธรรมเสียดายของ Mottanoi ทำให้คนญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมการทิ้งขยะถูกถัง ถูกวัน ตามที่กฎหมายกำหนด
 


          การมีระบบเก็บขนและขนส่งที่สอดคล้องกับระบบกำจัด และมีการคัดแยกที่แหล่งกำเนิดอย่างสมบูรณ์ จึงไม่พบพนักงานเก็บขนมูลฝอยฉีกถุงและแยกขยะที่ท้ายรถ   เมื่อรถเทียบบริเวณจุดทิ้งขยะ พนักงานจะลงจากรถและรีบยกถุงโยนใส่ท้ายรถและอัดเข้าไปในรถจนหมดภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที พนักงานก็จะขึ้นด้านหน้ารถและเคลื่อนรถไปจุดต่อไป จนเต็มรถจึงนำขยะไปเทที่โรงงานเตาเผามูลฝอย     และกลับไปเก็บขยะต่ออีก ซึ่งในแต่ละวันพวกเขาจะเก็บขยะคันละ 5-6 เที่ยว  นับว่าเป็นการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพมากมีการสูญเสียน้ำมันเชื้อเพลิงน้อย  และรถหนึ่งคันสามารถจัดเก็บได้จำนวนรอบที่มาก จึงมีความคุ้มค่ามาก
          ขยะแต่ละประเภทจะถูกเก็บแยกและนำไปนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลตามประเภทของขยะ ซึ่งได้แยกเก็บมาตั้งแต่ต้นทาง โดยขยะรีไซเคิล รวมถึงรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าจะถูกส่งโรงงานคัดแยกวัสดุและอัดเป็นก้อนตามประเภทและส่งไปเป็นวัตถุดิบในโรงงานผลิตสินค้า    ขยะเผาไหม้ได้จะถูกนำไปเผาแล้วนำพลังงานความร้อนมาผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในโรงงานและส่งขายให้การไฟฟ้าแจกจ่ายบ้านเรือนประชาชน   เศษอาหาร สิ่งปฏิกูลจะถูกนำไปผสมกันแล้วหมักแก๊สชีวภาพนำไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในโรงงานและขายให้การไฟฟ้าแจกจ่ายประชาชน  ขยะที่เผาไหม้ไม่ได้จะถูกส่งโรงงานรีไซเคิล และที่เหลือจึงนำไปฝังกลบที่บ่อฝังกลบใช้ระบบการถ่ายเทอากาศและฝังกลบเฉพาะขี้เก้าจากโรงงานเตาเผา และขยะที่เผาไหม้ไม่ได้บางส่วน จึงไม่มีปัญหาเรื่องน้ำเสีย  แก๊สมีเทน และกลิ่นเหม็นรบกวน
          การจัดการขยะของประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นตัวอย่างที่ดีทั้งในแง่ของระบบการจัดการที่ครบวงจร  ความมีวินัยของประชาชน  ความเคร่งครัดของเจ้าหน้าที่ ทำให้สามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้เกือบทั้งหมด ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้ในปริมาณมาก เนื่องจากมีทรัพยากรที่ผู้คนทิ้งลงถังพร้อมแยกประเภทให้แล้วหลายล้านตันป้อนโรงงานอยู่ตลอดเวลา  น่าจะพูดได้ความการจัดการขยะของญี่ปุ่นคือการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในยามวิกฤติที่ทรัพยากรธรรมชาติหมดลง  
          เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการจัดการขยะของประเทศไทย จะพบว่ามีความแตกต่างกันมาก เพราะในประเทศไทยยังรังเกียจขยะ เพราะมันมีกลิ่นเหม็นมาก เพราะไม่มีการคัดแยกขยะอินทรีย์ออกจากขยะทั่วไป เพราะขยะอินทรีย์เป็นวัสดุที่ย่อยสลายและเน่าเสียเร็ว เมื่อมีกลิ่นเหม็น ผู้คนก็จะรังเกียจ จึงพบว่าการจัดการขยะที่ประเทศไทยคือการเก็บ กวาด ขนย้ายไปฝังไว้อีกที่หนึ่งให้หมดปัญหาไปวันๆ โดยไม่ได้นำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าเสียก่อน   ซึ่งจำเป็นต้องทำในระดับนโยบาย การออกกฎหมายแยกประเภทขยะ การสนับสนุนการตั้งโรงงานรีไซเคิล ทั้งวัสดุรีไซเคิลและเศษอาหาร กิ่งไม้ใบไม้  และการกำหนดบทบาทที่ชัดเจนระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น  การใช้สิ่งแวดล้อมศึกษาในโรงเรียน การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในภาพรวมทั้งประเทศ และการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในระดับพื้นที่ ระดับชุมชน  และระดับครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง
          ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้นแบบการบริหารจัดการที่นำขยะมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด โดยการคัดแยกขยะกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลทั้งวัสดุรีไซเคิลและเศษอาหาร กิ่งไม้ใบไม้  และที่รีไซเคิลไม่ได้นำไปเผาเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนผลิตกระแสไฟฟ้า หรือเป็นเชื้อเพลิงในโรงงานปูนซีเมนต์  ขยะที่เผาไหม้ไม่ได้จะต้องคัดแยกไปใช้ประโยชน์ก่อน ขยะก่อสร้างจะถูกส่งไปบดทุบและคัดแยกวัสดุกลับมาใช้ใหม่  ขยะอันตรายผู้ผลิตต้องตั้งจุดรองรับและนำกลับไปกำจัดหรือรีไซเคิลมาใช้ใหม่  ส่วนที่นำไปฝังกลบจะมีเพียงขี้เถ้าโรงงานเตาเผา และขยะที่เผาไหม้ไม่ได้   ส่งผลให้ประเทศญี่ปุ่นสามารถใช้ประโยชน์จากขยะได้เกือบทั้งหมด ลดการใช้ทรัพยากรการผลิตสินค้า ลดค่าใช้จ่ายในการผลิตสินค้า ลดการพลังงานฟอสซิลในการผลิตกระแสไฟฟ้า  ประหยัดค่าใช้จ่ายในภาพรวมของประเทศ ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ  โดยรัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ในภาพรวมทั้งการกำหนดประเภทขยะ  และหน่วยงานท้องถิ่นนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง มีการกำหนดให้แยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และแยกระบบจัดเก็บ ขนส่งเพื่อรวบรวบวัสดุส่งไปยังโรงงานรีไซเคิลและโรงงานเผาขยะนำพลังงานความร้อนไปใช้ประโยชน์  เป็นระบบที่สอดคล้องและต่อเนื่องกัน โดยร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน  ภายใต้การควบคุมทางกฎหมายและมาตรการทางสังคม  ส่งผลให้ประเทศมีภูมิคุ้มกันทั้งในด้านเศรษฐกิจ และด้านพลังงาน  ซึ่งกรุงเทพมหานครจึงควรเร่งให้มีการจัดการขยะโดยนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในระยะเวลาอันใกล้นี้เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรถึงวันละประมาณ 8,500 ตัน         
          กรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ มีขยะเกิดขึ้นวันละ 8,500 ตันต่อวัน การกำจัดโดยการนำขยะไปฝังกลบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งขยะดังกล่าวประกอบไปด้วยพลาสติก โฟม เศษผ้า เศษหนัง ยาง กระดาษ และเศษอาหาร กิ่งไม้ใบไม้  โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการรีไซเคิลและการเผาเพื่อนำพลังงานกลับมาใช้ประโยชน์ ส่งผลให้กรุงเทพมหานครต้องสูญเสียทรัพยากรในปริมาณมาก เพราะขยะดังกล่าวมีศักยภาพนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้เกือบทั้งหมด จึงมีข้อเสนอดังนี้
          1.  ขยะเศษอาหาร ควรกำหนดให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่คัดแยกที่ต้นทาง  และจัดระบบการเก็บขนแยกจากรถประเภทอื่นและขนส่งไปบำบัดที่โรงงานหมักปุ๋ยที่มีอยู่ขนาด 1,000 ตัน ที่โรงงานกำจัดมูลฝอยอ่อนนุช  และเพื่อให้สามารถรองรับมูลฝอยเศษอาหารได้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งมีขยะเศษอาหารมากกว่า ร้อยละ 40 หรือประมาณ 3,400 ตันต่อวัน ของขยะที่จัดเก็บได้เฉลี่ย 8,500 ตันต่อวันในปัจจุบัน จำเป็นต้องจัดทำโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์หรือโรงงานหมักแก๊สชีวภาพ ขนาด 1,000 ตัน ในศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหมและหนองแขม  เนื่องจากขยะอินทรีย์ประชาชนไม่นิยมนำไปใช้ประโยชน์  
          2.  กิ่งไม้ใบไม้ ควรกำหนดให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่คัดแยกที่ต้นทางทั้งสวนสาธารณะริมถนน และในชุมชน หมู่บ้าน สถานศึกษา สถานประกอบการและหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ส่งให้โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากกากตะกอนสิ่งปฏิกูลหรือโรงงานบดย่อยกิ่งไม้ที่กรุงเทพมหานครดำเนินการเองที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและหนองแขม  บดย่อยโดยการหมักทำปุ๋ย จำเป็นต้องสร้างโรงงานหมักปุ๋ยจากกิ่งไม้เพิ่มเติมที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหมด้วย เพื่อให้สามารถรองรับมูลฝอยกิ่งไม้ได้ทั้งหมด ซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยละ 10 หรือประมาณ 850 ตันต่อวัน ของขยะที่จัดเก็บได้เฉลี่ย 8,500 ตันต่อวันในปัจจุบัน 
          3.  ขยะที่เผาไหม้ได้แต่รีไซเคิลไม่ได้ซึ่งมีประมาณ ควรคัดแยกและส่งขายโรงงานปูนซีเมนต์ หรือโรงงานเตาเผาไฟฟ้า  โรงงานผลิตผลิตน้ำมันจากพลาสติก โดยกรุงเทพมหานครควรเร่งให้มีเตาเผามูลฝอยผลิตไฟฟ้าให้ครบทั้ง 3 ศูนย์ และพื้นที่อื่นๆ เพื่อรองรับการแปรรูปขยะที่รีไซเคิลไม่ได้เป็นพลังงานความร้อนและพลังงานไฟฟ้ามาใช้ทดแทนการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งกำลังจะหมดไปในไม่ช้า ซึ่งขยะดังกล่าวมีอยู่ประมาณร้อยละ 40 หรือประมาณ 3,400 ตันต่อวัน ของขยะที่จัดเก็บได้เฉลี่ย 8,500 ตันต่อวันในปัจจุบัน
          4. วัสดุรีไซเคิล  ภาคเอกชนสามารถรวบรวมวัสดุรีไซเคิลได้ดีอยู่แล้วรัฐไม่ควรเข้าไปดำเนินการเองควรส่งเสริมอุตสาหกรรมรีไซเคิลให้ภาคเอกชนดำเนินการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ด้วยการอำนวยความสะดวกด้านกฎหมาย และภาษีต่างๆ และการรณรงค์สื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจมีจิตสำนึกที่ร่วมกันคัดแยกวัสดุเพื่อส่งทรัพยากรกลับไปผลิตใหม่ และให้ความรู้แก่ประชาชนให้รู้จักขยะรีไซเคิลให้มากขึ้น
          5.  ขยะก่อสร้าง และขยะประเภทอิฐ หิน ดิน ทราย ฝุ่น มีศักยภาพนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งการคัดแยกไปรีไซเคิลและนำไปเป็นส่วนผสมของปูนซีเมนต์ใหม่  การนำไปถมที่ดิน ซึ่งปัจจุบันมีเอกชนรับดำเนินการด้านการนำขยะก่อสร้างไปใช้ประโยชน์บ้าง แล้วแต่ยังไม่เพียงพอ จึงพบว่ามีผู้นำไปทิ้งบริเวณที่ว่างริมทาง กรุงเทพมหานครจึงควรจัดให้มีสถานที่รวบรวมและคัดแยกวัสดุก่อสร้างเพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์อีกทางหนึ่งเพื่ออำนวยความสะดวกในการคัดแยกประเภทขยะให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
          6.  ขยะอันตรายและขยะอิเลคทรอนิค  กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่ามีขยะอันตรายถูกทิ้งปะปนอยู่ในมูลฝอยทั่วไปประมาณ ร้อยละ 3 หรือประมาณ ประมาณ 255 ตันต่อวัน ของขยะที่จัดเก็บได้เฉลี่ย 8,500 ตันต่อวันในปัจจุบัน  แต่ปัจจุบันการจัดเก็บขยะอันตรายจาก 50 เขตและสำนักสิ่งแวดล้อมรวมกันสามารถจัดเก็บได้เฉลี่ยเพียง    1 ตัน/วัน  จึงควรจัดหารถจัดเก็บขยะอันตรายโดยเฉพาะพร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่นัดเวลาทิ้ง นัดเวลาเก็บขยะอันตรายกับประชาชนในพื้นที่ทุกวันเพื่อให้สามารถแยกขยะอันตรายไปกำจัดให้ถูกวิธีลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศน์
          7. ควรออกประกาศกำหนดประเภทขยะให้เป็นไปในแนวทางเดียวกับที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด ได้แก่ขยะย่อยสลายได้ ขยะทั่วไป ขยะอันตราย และขยะรีไซเคิล และประกาศกำหนดวันทิ้ง วันเก็บ และกำหนดสถานที่ทิ้งขยะให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้สะดวกในการเก็บรวบรวม พร้อมจัดรถเก็บแยกประเภทตามที่ประกาศ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะไม่นำขยะที่พวกเขาคัดแยกไปรวมกันในรถคันเดียวกัน 
          8  ควรกำหนดเป็นวาระกรุงเทพมหานครในการจัดการขยะมาใช้ประโยชน์ โดยให้หน่วยงานทุกหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานครเป็นต้นแบบและศูนย์เรียนสำหรับประชาชน และจัดกิจกรรมรณรงค์การแยกประเภทขยะมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง โดยต้องทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทุกคนให้ดำเนินการประกาศที่ให้ให้ไว้กับประชาชน 
          การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในด้านเศรษฐกิจและพลังงานของกรุงเทพมหานคร ซึ่งสอดคล้องกับหลักการพัฒนาชุมชนและแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่ต้องใช้ทรัพยากรที่อยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการพึ่งพาจากภายนอก ซึ่งจะช่วยให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครแห่งสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต และยังสามารถขับเคลื่อนกระบวนการจัดการขยะได้ในระดับประเทศเนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่หากกระทำการใดสำเร็จย่อมเป็นต้นแบบให้เมืองอื่นๆได้ทั้งเมืองใหญ่และเมืองเล็กรวมถึงต่างประเทศด้วย
 

เรียบเรียงโดย   
ภาณุวัฒน์  อ่อนเทศ
นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ
กองนโยบายและแผนงาน  สำนักสิ่งแวดล้อม  กรุงเทพมหานคร
โทร 02 246 0688  email :
panuon@hotmail.com   


   การจัดการขยะของฟูกูโอกะ... เนื้อหาก่อนหน้านี้     


 
Share 
 
MACROMEDIA
FLASH PLAYER
WINDOWS
POCKET PC
JAVA VIRTUAL
MACHINE
ADOBE ACROBAT
READER
WINDOWS
POCKET PC


สำนักสิ่งแวดล้อม ศาลาว่าการ กทม.2 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2247 1671
Copyright © 2013 สำนักสิ่งแวดล้อม. All rights reserved